สหรัฐฯ-เล็งขึ้นภาษี PLA

 

สงครามการค้า PLA  เมื่อยักษ์ใหญ่สหรัฐฯ  จ่อตั้งกำแพงภาษี?

อุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพ (Bioplastics) กำลังเผชิญกับจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อ NatureWorks ผู้ผลิตเม็ดพลาสติก PLA รายใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา ตัดสินใจยื่นคำร้องต่อผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) เพื่อเรียกร้องให้มีการจัดเก็บภาษีนำเข้าภายใต้ มาตรา 301 (Section 301) ต่อสินค้า PLA จากจีน อินเดีย และไทย

เหตุการณ์นี้ไม่ใช่แค่เรื่องของภาษี แต่คือการส่งสัญญาณว่า "สนามการค้าเสรี" ของพลาสติกโลกกำลังถูกจัดระเบียบใหม่

 

เจาะลึกชนวนเหตุและตรรกะทางการค้า

NatureWorks ให้เหตุผลสำคัญว่าอุตสาหกรรมภายในสหรัฐฯ กำลังถูกคุกคามจาก "แนวปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม" โดยเฉพาะจากจีนที่มีนโยบายสนับสนุนจากภาครัฐอย่างเข้มข้น ทั้งการอุดหนุนราคาและการขยายกำลังการผลิตที่เกินความต้องการจริงของตลาด (Structural Overcapacity)

หากพิจารณาตามข้อมูลเชิงเทคนิค เมื่อเกิดภาวะ Supply ล้นตลาด ราคากลางจะถูกกดให้ต่ำลงอย่างผิดปกติ จนผู้ผลิตที่ไม่มีการอุดหนุนจากรัฐไม่สามารถแข่งขันได้ สิ่งที่น่าสนใจคือ ไทยและอินเดีย ถูกดึงเข้าไปอยู่ในสมการนี้ด้วย ในฐานะฐานการผลิตหลักที่มีศักยภาพสูง โดยเฉพาะไทยที่มีความพร้อมด้านวัตถุดิบทางการเกษตรและมีโรงงาน PLA ขนาดใหญ่ตั้งอยู่

คำถามสำคัญคือ: หากการผลิตนอกสหรัฐฯ ได้เปรียบเชิงต้นทุนด้วยกลไกตลาดปกติ จะถือว่าไม่เป็นธรรมหรือไม่? หรือนี่คือกลยุทธ์การกีดกันทางการค้าเพื่อดึงเม็ดเงินลงทุนกลับสู่สหรัฐฯ (Onshoring) กันแน่?

 

ผลกระทบที่แผ่ขยายจาก "เม็ด" สู่ "ผลิตภัณฑ์"

ความน่ากลัวของมาตรการนี้คือข้อเสนอที่ครอบคลุมทั้ง เม็ดพลาสติก (Resin) และ ผลิตภัณฑ์ปลายน้ำ (Downstream Products) เช่น เส้นใยสำหรับเครื่องพิมพ์ 3 มิติ (3D Printing Filament) และบรรจุภัณฑ์อาหารรักษ์โลก

หาก USTR ประกาศใช้มาตรา 301 จริง จะส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ดังนี้:

ต้นทุนการส่งออกพุ่งสูง: ผู้ประกอบการไทยที่ส่งออกผลิตภัณฑ์ PLA ไปยังสหรัฐฯ จะเผชิญกับกำแพงภาษีที่อาจสูงถึง 25% หรือมากกว่า

การปรับทิศทางของห่วงโซ่อุปทาน: ผู้ซื้อในสหรัฐฯ อาจถูกบังคับให้เลิกใช้สินค้านำเข้าและหันไปหาซัพพลายเออร์ในประเทศแทน

ความไม่แน่นอนทางการเมือง: ด้วยสัญญาณจากรัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ว่าภาษีในยุคทรัมป์อาจกลับมาเร็วๆ นี้ ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงให้กับคู่ค้าทั่วโลก

 

ทางออกและทางรอดของอุตสาหกรรมไทย

บทสรุปของเรื่องนี้สะท้อนให้เห็นว่า "ความยั่งยืน" (Sustainability) เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะอยู่รอดในเวทีการค้าโลก แต่ต้องพ่วงมาด้วยความแข็งแกร่งของนโยบายระหว่างประเทศ

สำหรับประเทศไทย นี่คือสัญญาณเตือนให้ผู้ผลิตต้องเริ่มพิจารณาการกระจายความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดสหรัฐฯ เพียงอย่างเดียว และหันมาสร้างความแข็งแกร่งในตลาดภูมิภาคหรือตลาดในประเทศมากขึ้น รวมถึงการยกระดับนวัตกรรมสินค้าปลายน้ำที่ให้มูลค่าสูงเกินกว่าที่กำแพงภาษีจะกั้นได้

คุณคิดว่าถึงเวลาหรือยัง? ที่ประเทศไทยควรมีมาตรการเชิงรุกเพื่อปกป้องและส่งเสริมอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพของเราเอง ก่อนที่กฎกติกาโลกจะเปลี่ยนไปจนเราปรับตัวไม่ทัน

 


 

อยากติดตามข่าวสารวงการพลาสติกเชิงลึกก่อนใคร  ติดตาม Merick Polymers  เพื่ออัปเดตเทรนด์ เทคโนโลยี และกลยุทธ์การปรับตัวในโลกของวัสดุศาสตร์ที่ไม่เคยหยุดนิ่ง